หน้าแรก > ชวนคิด ชวนคุย > “เตรียมตัวอย่างไร…เมื่อไปนําเสนองานต่างประเทศ” ตอนที่ 2

“เตรียมตัวอย่างไร…เมื่อไปนําเสนองานต่างประเทศ” ตอนที่ 2

ดร. ประไพภัทร คลังทรัพย์
นักวิชาการอาวุโส ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว.


*****เชื่อแน่ว่า…นักวิชาการ วว. หลายคนมีผลงานวิจัยที่สามารถนําเสนอบนเวที วิชาการระดับ นานาชาติได้  แต่บางคนยอมที่จะเสียโอกาสตรงนี้ไป เพราะคิดว่าการนําเสนอผลงานในเวทีต่างประเทศ เป็นอะไรที่  “น่ากลัว”  โดยสิ่งที่เป็นอุปสรรคประการแรกที่ทุกคนฝังใจกันมากก็คือการที่ต้องพูดภาษาอังกฤษก็เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่อย่าลืมว่าสิ่งนี้ ฝึกฝนกันได้ ถ้าไม่อายที่จะ “กล้าพูด”   อีกอย่าง เราก็ไม่ได้เริ่มมาจากศูนย์ เพราะเราเรียนหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมา ตั้งแต่ชั้นประถม  เรียกว่า ใช้เวลาเรียนมากกว่าเจ้าของภาษาเสียอีก  ดังนั้นเรามีศักยภาพสะสมในตัวอยู่ แล้วแน่นอน ที่นี้ถ้าต้องขึ้นเวทีเสนองานในต่างประเทศล่ะ…จะทําอย่างไรดี   จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยได้รับโอกาสจาก วว. ให้ไปเสนอผลงานวิจัย ณ ประเทศสหพันธรัฐอิตาลี  ก็พอที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และข้อแนะนําเล็กๆ น้อยได้บ้าง ดังนี้ค่ะ

*****สิ่งที่ดิฉันเห็นว่าต้องเตรียมให้พร้อมที่สุด ก็คือ “การเตรียมใจ”  เพราะเป้าหมายการไปครั้งนี้คือเพื่อการเสนอผลงาน ซึ่งแน่นอนย่อมต้องเป็นผลงานที่เราทํามากับมือและมีความเข้าใจ อย่างถ่องแท้  ดังนั้นไม่มีใครรูจักงานของเรามากไปกว่าตัวเราแน่นอน  ปัญหาก็คือ แล้วจะทําอย่างไรที่จะ ถ่ายทอดให้คนอื่นที่รับฟังมีความเข้าใจผลงานของเราในเวทีนานาชาติได้ล่ะ*** สําหรับตัวผู้เขียนเองจะคํานึงถึง 3 ประเด็นหลักคือ ภาษา เนื้อหา และ การนําเสนอ

*****ประเด็นแรกเรื่องของ “ภาษา”  อย่างที่บอกตอนต้น ภาษาอังกฤษฝึกฝนได้    ยิ่งถ้าเราทราบถึงรายละเอียดที่ต้องพูดด้วยแล้ว  แค่อ่านเนื้อหาให้เข้าใจแล้วเรียบเรียงเป็นภาษาพูดโดยใช้ประโยคง่ายๆ เพื่อให้ผู้ฟังติดตามด้วยความเข้าใจ ก่อนไปเราก็ควรจะฝึกฝนให้เกิดความเชื่อมั่น  ซึ่งอาจจะขอแรงจากเพื่อนๆ  หรือผู้ที่ถนัดภาษาอังกฤษช่วยฟังและชี้แนะด้วยก็ได้  จากนั้นก็เรียบเรียงเป็นภาษาพูดของเราเอง

*****ประการที่สอง การเตรียม “เนื้อหา”    ปัจจุบันที่ใช้กันอยู่ก็คือ การเตรียมด้วย PowerPoint   ซึ่งการกำหนดขอบเขตของเนื้อหาในแต่ละสไลด์ก็มีความสําคัญทีเดียว  หลักทั่วๆไปที่ควรคํานึงถึง  คือ  ข้อมูล  รูปภาพที่สัมพันธ์กัน และเทคนิคประกอบ แต่ละสไลด์ก็ไม่ควรใส่เนื้อหาหรือ text แน่นเกินไป (ไม่เกิน5-8 บรรทัด)  และตําแหน่งเนื้อหาควรอยูที่ตรงกลางสไลด์  เพราะเป็นตําแหน่งที่ผู้ฟังไม่ต้องเคลื่อนสายตามากนัก ควรใช้ตัวอักษร (font) และขนาด (size)  ที่เหมาะสม-ดูดี  และควรเป็นแบบอักษรตัวหนา (bold)  และไม่จําเป็นต้องเล่น effect หรือ animation มากไป  คิดในใจว่าคนดูมีหลากทัศนคติ  บางคนอาจชอบ…แต่บางคนอาจรําคาญ  ยิ่งถ้าเป็นการประชุมระดับโลก เช่น World Congress  ด้วยแล้ว  ควรเตรียม powerpoint ในลักษณะที่ค่อนข้างเป็นทางการจะเหมาะสมกว่า  หรือถ้าเป็นไปได้อาจใช้สไลด์ที่เป็นรูปแบบของหน่วยงานก็ได้

*****ประการที่สาม การนําเสนอ เป็นประเด็นที่เรียกได้ว่า “หัวใจ”  ของการเสนอผลงานเลยทีเดียวนอกจากจะเตรียมตัวฝึกฝนไปจากเมืองไทยแล้ว  ก่อนขึ่นเวทีจริงควรเตรียมตัวอีกครั้ง  เช่น  ส่งมอบไฟล์เนื้อหา (PowerPoint) และตรวจสอบก่อนถึงเวลาที่ต้องนําเสนอ  และอย่าลืมทําความคุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่การประชุมจัดไว้ให้เสียด้วย…เมื่อถึงเวลาสําคัญ (ของชีวิต) ที่ต้องนําเสนอจริงๆแล้ว ก้าวขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ    สิ่งแรกที่คนไทยทํากันประจําและได้รับการชื่นชมเสมอๆก็คือ “รอยยิ้ม”…ซึ่งจังหวะนี้อาจเป็นช่วงที่เรายืนบนเวทีในขณะที่ผู้ดําเนินการประชุมกําลังกล่าวแนะนําประวัติสั้นๆของเราแก่ผู้ฟังก็ได้

*****จากนั้นก็ถึงวินาทีที่เราต้องเริ่มหน้าที่ในการนําเสนอด้วยตนเอง  ขั้นตอนนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว  แต่โดยทั่วไป จะเริ่มด้วยการทักทายผู้ฟังสั้นๆอีกครั้ง เพียงแค่3-4 ประโยคก็พอ  ซึ่งอาจใช้การเลียนแบบจากผู้พูดก่อนหน้าเราก็ได้ว่า เขาพูดอย่างไร ต่อไปก็คือการเริ่มเสนอผลงานของเราอย่างเป็นทางการซึ่งก็เป็นไปตามที่เราฝึกซ้อมมาตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้ว บางคนอาจซ้อมมากจนกระทั่งหลับตาพูดได้เลยโดยไม่ต้องดูสไลด์เสียด้วย แต่ในขณะที่นําเสนอ ก็ควรใช้สายตาสังเกตผู้ฟ้งด้วยว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร  ข้อนี้ดูไม่ยากเพราะชาวตะวันตกมักแสดงอารมณ์ออกทางใบหน้าและแววตาชัดเจน  เขาจะไม่เก็บความรู้สึกเหมือนคนไทยหรือคนเอเชียที่คุ้นเคยกับคําว่า  “เกรงใจ”   ถ้าผู้ฟังยังสบตาและพยักหน้ากับการนำเสนอของเรา หรือบางครั้งหัวเราะกับมุขของเรา ก็แสดงว่าเขามีความเข้าใจและติดตามการนำเสนอของเราอยู่  ก็เป็นอันว่าเราทำได้สำเร็จแล้วกับการถ่ายทอดผลงานของเรา

*****นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญและละเลยไม่ได้ในการนำเสนองานก็คือ การรักษาเวลา เราต้องจัดการเวลาในการนำเสนอของเราให้เป็นไปตามที่การประชุมกำหนดมา เช่น ถ้ามีเวลา 20 นาที  ซึ่งถ้าหมายรวมถึงการซักถามปัญหาด้วยแล้ว เราอาจจะพูดเพียงแค่ 15  นาที  เผื่อเวลาที่เหลือ 5 นาทีสุดท้ายสำหรับการตอบคำถาม

*****ขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งพวกเรากลัวกันมากเมื่อนำเสนอผลงานจบแล้วก็คือ การซักถามจากผู้ฟัง เพราะหลายคนมักจะไม่เข้าใจว่าเขากำลังถามอะไร ซึ่งสิ่งนี้เราไม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ ต้องใช้ความสามารถหรือไหวพริบเฉพาะตัว ถ้าเราไม่เข้าใจหรือฟังไม่ทันก็อาจขอให้เขาถามซ้ำอีกครั้ง โดยพูดช้าๆ และกระชับ และถ้ายังสื่อสารกันไม่ได้ เนื่องจากฟังสำเนียงไม่เข้าใจ ก็อาจขอให้เขาเขียนใส่กระดาษให้ก็ได้  สำหรับการตอบก็ควรให้กระชับ และตรงประเด็น และหลีกเลี่ยงการอ้างอิงข้อมูลใดๆ โดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนหรือไม่แน่ใจ เพราะงานทางวิทยาศาสตร์ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานและข้อมูลที่พิสูจน์แล้ว ถ้าเป็นคำถามที่เราไม่รู้จริงๆ ก็บอกไปเลยว่า ไม่ทราบ หรือถ้าจะให้ดูดีหน่อยก็อาจจะออกตัวไปด้วยว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก และเราจะหาคำตอบในภายหลัง หรือย้อนถามกลับไปยังผู้ตั้งคำถามว่าคิดเห็นอย่างไร  เป็นต้น และท้ายที่สุดอย่าลืมกล่าวขอบคุณที่ซักถามเรา

*****ประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ที่อาจจะสำคัญน้อยกว่า แต่ก็ต้องคำนึงถึงก็คือ การแต่งกายให้เหมาะสมกับบรรยากาศของการประชุม การตรงต่อเวลา การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในระหว่างการประชุม เช่น การเข้าไปทักทาย แนะนำตนเองกับผู้เข้าร่วมประชุม หรือผู้บรรยายจากประเทศอื่นๆ โดยอย่าอายที่จะตักตวงและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนให้กับตนเอง ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะแลกเปลี่ยนให้ทราบกันค่ะ

ดร. พัทรา มณีสินธุ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย วว.

*****ที่จริงแล้วการนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศก็ไม่แตกต่างจากการนำเสนอผลงานวิจัยในประเทศมากนัก ซึ่งเราก็ควรที่จะเริ่มต้นดังนี้ค่ะ

*****อย่างแรกคือ เราต้องติดตามข่าวคราวของการประชุมวิชาการที่เราสนใจว่ามีขอบข่ายหัวข้องานวิจัยใดบ้าง และมีกำหนดการหรือช่วงเวลาในการส่งบทคัดย่อ (abstract) ไว้อย่างไร เพื่อที่เราจะได้จัดส่งบทคัดย่อในหัวข้อที่เกี่ยวข้องในการประชุมดังกล่าวให้ทันตามกำหนดเวลา ทั้งนี้จะได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกในการเสนอผลงานก่อน

*****ภายหลังจากที่เราได้รับการคัดเลือกให้ไปนำเสนอผลงานแล้ว เราก็ต้องจัดเตรียมบทความวิชาการเรื่องเต็ม (full paper) และเตรียมไฟล์นำเสนอผลงาน ซึ่งจะต้องมีความกระชับ น่าสนใจ ติดตามได้ง่าย ไม่สั้นหรือยาวเกินไป เพื่อเป็นการรักษาเวลา เพราะเรื่องการรักษาเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากในการนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศ เนื่องจากเขามักจะจัดให้มีการประชุมหลาย ๆ หัวข้อ ในห้องประชุมหลาย ๆ ห้อง พร้อมๆ กัน เพื่อให้ผู้ฟังสามารถเลือกฟังเรื่องที่สนใจในแต่ละห้องได้

*****นอกจากนี้ในการเสนอผลงาน เราอาจจำเป็นต้องมีการเตรียมบทบรรยายภาษาอังกฤษ และซักซ้อมเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ในการบริหารเวลาให้เหมาะสม โดยควรเหลือเวลาในการตอบคำถามประมาณ 5-10 นาที โดยหากเราไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์ติดตัวไป อาจต้องนำไฟล์นำเสนอผลงานบันทึกในซีดีอีก 1 ชุด เผื่อไปด้วย ทั้งนี้ควรตรวจสอบกับผู้จัดการประชุมว่ามีการใช้โปรแกรมนำเสนอผลงานในเวอร์ชันใด มิฉะนั้นไฟล์ที่เราเตรียมไปอาจจะมีปัญหาเปิดใช้งานไม่ได้เมื่อต้องการนำเสนอผลงาน

*****สุดท้ายที่จะลืมนำติดตัวไปไม่ได้ก็คือ นามบัตรและแผ่นพับแนะนำหน่วยงานเพื่อแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยและวิทยากรท่านอื่น เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตค่ะ

หมวดหมู่:ชวนคิด ชวนคุย
  1. DEAR
    11 กุมภาพันธ์, 2012 ที่ 11:53 pm

    ขอบคุณค่ะจะนำไปใช้นะค่ะ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: