หน้าแรก > Knowledge Station > สร้างตัวเองให้มีวินัย สร้างหัวใจที่มุ่งมั่น

สร้างตัวเองให้มีวินัย สร้างหัวใจที่มุ่งมั่น

21 ธันวาคม, 2009 ใส่ความเห็น Go to comments

เคยลองถามตนเองสักครั้งบ้างไหม ว่าคุณเป็นคนมีวินัยต่อตนเองมากน้อยแค่ไหน

*****การมีวินัยต่อตนเอง หรือ self-discipline หมายถึงการฝึกและควบคุมตนเองให้มีความประพฤติ การปฏิบัติที่ดี และมีการปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถปฏิบัติภารกิจได้ โดยไม่หวั่นภาวะทางอารมณ์ ทำให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่อยากทำ

*****ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก ที่เราต้องมีวินัยต่อตนเอง ไม่กินเยอะ ไม่นิ่งอยู่กับที่ แต่ต้องออกกำลังกายบ้าง แม้ขี้เกียจก็ต้องฝืน แม้จะอยากกินก็ต้องยอมอด (บ้าง) แต่ถ้าเราไม่มีวินัยต่อตนเอง (เช่นผู้เขียน) น้ำหนักเราก็จะไม่มีวันลด รอบเอวเราก็มีแต่จะหนาพอกพูนกลายเป็นพุงขึ้นทุกวัน

*****ดังนั้น การมีวินัยต่อตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานในแต่ละวันก็เช่นกัน คุณคิดว่าคุณมีวินัยต่อตนเองมากน้อยแค่ไหน

*****วันนี้คุณตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบื่อ ไม่อยากไปทำงาน หงุดหงิดเจ้านาย เกลียดเพื่อนร่วมงาน เบื่อการจราจร…เรียกว่า..โลกนี้มันขัดข้อง วุ่นวายจริงหนอไปหมด

*****แต่งานก็คืองาน เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำให้เสร็จ..เสร็จอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ต้อง “สำเร็จ”ด้วย คือ บวกคุณภาพและผลลัพธ์ที่ดีเข้าไปอีก

ถ้าคุณไม่มีวินัยต่อตนเอง

*****คุณก็อาจคิดว่า “เอาน่า..ไปทำงานสายดีกว่า เกๆ มันเสียบ้าง ให้เขารู้ว่าขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก”

*****หรือคุณอาจไปเข้าทำงานทันเวลา แต่แทนที่จะเริ่มทำงานเวลา 8.30 น.  คุณก็มัวแต่คุยเล่น กินข้าวเช้าอย่างนาน กว่าจะเริ่มงานปาเข้าไปเก้าโมง ทั้งที่จริงๆ แล้ว เขาให้คุณทำงานจริงๆ เพียง 7 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น บวกเวลาพักอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง

*****แต่….เท่าที่เห็นและเป็นอยู่มีใครทำงานครบ 7 ชั่วโมงบ้างหนอ ก็อาจจะมีบ้างที่บางคนมาทำงานแต่เช้า หรืออยู่เย็นอยู่ค่ำทำงานเกิน 7 ชั่วโมง

*****นี่คือตัวอย่างของการมีวินัยในตัวเอง ที่เห็นกันง่ายๆ

*****ตำราทางจิตวิทยากล่าวไว้ว่า บุคคลที่มีวินัยในตัวเองนั้น มักจะประสบความสำเร็จในชีวิต นั่นคือ แม้วันนี้จะไม่มีอารมณ์อยากจะทำ แต่ก็ต้องบังคับ ฝืนตัวเองบ้าง ฝึกฝนตัวเองให้ทำงานได้ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ไม่พึงใจบ้าง ไม่ใช่ตามใจตัวเอง เลือกทางสบายดีกว่า อุปมาเหมือนกับเด็กขี้เกียจเรียนหนังสือ ถ้าตามใจตัวเองด้วยการไม่ไปเรียน ก็คงไม่มีวิชาความรู้ไว้เลี้ยงตัวได้ในอนาคต

*****Steve Pavlina ผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพได้ชี้แนะการฝึกฝนตนเองให้มีวินัยไว้ 5 ขั้นตอนได้แก่

**********การยอมรับ (acceptance) – การมองเห็นภาพความจริงอย่างถูกต้อง ยอมรับความจริงได้ทุกรูปแบบอย่างที่มันเป็นจริงๆ ไม่ใช่การคิดปรุงแต่งไปเอง

**********การมีความมุ่งมั่น (willpower) – ความสามารถของตัวเราที่จะสั่งตัวเองว่า “ต้องทำ” และ “ต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ” มีคำกล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนธรรมดาทั่วไปอยู่ที่ “จิตใจที่มุ่งมั่น” ไม่ใช่อยู่ที่ “ความรู้” บางคนมีความรู้มากมาย แต่ขาดความมุ่งมั่นในการทำงาน ก็ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้

**********การทำงานหนัก (hard work) – การทำงานหนัก คือความท้าทายในชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ว่าคุณจะก้าวข้าม “ความขี้เกียจ” ในตัวไปได้หรือไม่ งานทุกงานล้วนสำเร็จได้ถ้าคุณลงแรงทำอย่างจริงจัง

**********การทำงานด้วยความอุตสาหะ (industry) – คือความมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานยากหรืองานง่าย ถ้าขยันหมั่นเพียรทำ ก็ประสบผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน

**********การทำงานด้วยความมุมานะ อดทน (persistence) – คือการฝึกตัวเองให้มีความอดทน ทำงานได้ทุกสภาวะไม่ว่าอารมณ์จะเป็นอย่างไร

*****ฟังๆ ดูแล้ว การมีวินัยในตัวเองเป็นเรื่องของจิตใจที่เข้มแข็งเป็นหลัก หลายคนอาจจะถามว่า ทำไมถึงต้องบังคับฉันให้ทำงานหนัก ฉันขอทำแบบสบายๆ ไม่ได้เหรอ จริงๆ แล้ว การบังคับตัวเองให้ทำงานหนัก มีความมุ่งมั่นในแบบพนักงานของรัฐอย่างพวกเรา ก็คือ ทำงานหนักแค่วันละ 7 ชั่วโมงเท่านั้น  ถ้ารวมเวลาอาหารกลางวัน ก็คิดเป็นแค่ 1/3 ของวันเท่านั้น เรายังมีเวลาพักผ่อนหรือทำงานอื่นๆ เช่นงานบ้าน มีเวลาอยู่กับครอบครัว อีกตั้ง 2/3 ของวัน

*****การมีวินัยในตัวเองขององค์กรภาครัฐจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ผู้ที่มีวินัยมักทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงถึงสมรรถนะของบุคลากรในองค์กร และส่งผลต่อการให้การบริการที่ดีต่อผู้มาขอรับบริการ

*****ถ้าจะเปรียบกับแนวคิดทางพุทธศาสนา หลักธรรมที่ควรนำมาใช้ในการทำงาน ควรจะเป็นอิทธิบาท 4 ซึ่งประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  อิทธิบาท แปลว่า  ฐานหรือหนทางสู่ความสำเร็จ  ซึ่งหมายถึงคุณธรรม 4 ประการ ที่ช่วยให้บรรลุความสำเร็จตามที่เราประสงค์จะทำ นั่นคือ การที่เราจะทำงานให้ได้ดี ประสบผลสำเร็จ ก็จะต้องมี ฉันทะ คือ รักในงานนั้นๆ  วิริยะ คือ มีความพากเพียรที่จะทำงานนั้นๆ  จิตตะ คือความเอาใจใส่ เอา “จิต” เข้าไปใส่ในการทำงานหรือเรียกง่ายๆ ว่าใส่ใจ และจะต้องมีวิมังสา คือ ความไตร่ตรองหรือทดลอง ด้วยการใช้ปัญญา พิจารณาวิเคราะห์เหตุผล เพื่อการแก้ไขปรับปรุงงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

*****ถ้าบางคนบอกว่า ฉันไม่เห็นจะรักหรือพอใจงานที่ฉันทำ ก็ต้องเอาคำของฝรั่งมาใช้ว่า You chose it, so learn to live with it. นั่นคือ ในเมื่อเราเลือกทำงานนี้แล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันไปให้ราบรื่น และมีความสุขในทุกอย่างที่ต้องทำ

 

บรรณานุกรม

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี, 2552. อิทธิบาท 4. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/อิทธิบาท_๔, [เข้าถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2552].

อิทธิบาท 4. 2552. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.learntripitaka.com/scruple/Itibaht4.html,   [เข้าถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2552].

National Database of Accredited Qualifications, 2009. Understanding Discipline within the Uniformed Public Services. [online]. Available at:

http://www.accreditedqualifications.org.uk/unit/D5005435.seo.aspx?OwnerRef=, [accessed 28 December 2009].

Pavlina, S., 2005. Self-discipline. [online]. Available at:

http://www.stevepavlina.com/blog/2005/06/self-discipline, [accessed 28 December 2009].

Categories: Knowledge Station
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: